วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

โครงสร้างพื้นฐานของประโยค (29/02/2559)

               
                 ถ้าพูดถึงการแปลแล้วสิ่งที่สำคัญอันดับต้นๆ ก็คือ กระบวนการแปล แต่ยังมีอีกประเด็นที่ผู้แปลต้องคำนึงถึง เนื่องจากมีความสำคัญกับงานแปลเช่นกัน สิ่งนั้นก็คือโครงสร้างพื้นฐานของประโยค ซึ่งประโยคภาษาอังกฤษสามารถกระจายออกเป็นรูปโครงสร้างพื้นฐานได้ทั้งนั้น เพื่อที่จะทำให้ประโยคเหล่านั้นถูกต้องตามหลักของ pragmatic อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย มีความหมายที่ชัดเจน มีใจความสมบูรณ์ มีภาษาที่สละสลวย ไม่ซับซ้อน ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานของประโยคจึงมีความสำคัญต่อกระบวนการแปล ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานของประโยคนั้นสามารถแบ่งรูปแบบได้ถึง 25 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีลักษณะของประโยคแตกต่างกันเช่นกัน
                ถ้าแยกข้อความออกเป็นหน่วยประโยคที่สั้นและเล็กที่สุดตามลักษณะของประโยคโครงสร้างพื้นฐานแต่ละแบบแล้วนั้นจะช่วยให้เราวิเคราะห์ความหมายได้ชัดเจนดียิ่งขึ้น ดังนั้น ฮอร์นบีและคณะได้แยกประโยคพื้นฐานไว้ใน The Advanced Learner’s Dictionary of Current English ไว้ 25 แบบ โดยจะยึดหลักตามหน้าที่และความนิยมใช้ในการใช้คำกริยาเป็นหลัก เรียกว่า กระสวนหรือแบบของคำกริยา (verb pattern) ส่วนไนดาและเทเบอร์ ได้แยกประโยคพื้นฐานของภาษาอังกฤษไว้ 7 แบบ ซี่งเรียกว่า ประโยคแก่น (Kernel sentence) และ สเตจเบอร์ก ( Stageberg) แยกประโยคพื้นฐานที่เรียกว่า ประโยคเปลือย (Bare sentence) ซึ่งต่อไปนี้จะเป็นการยกตัวอย่างของโครงสร้างประโยคพื้นฐานของฮอร์นบีและไนดา ดังรูปภาพดังต่อไปนี้


                ประโยคภาษาอังกฤษสามารถกระจายออกเป็นรูปโครงสร้างพื้นฐานนั้นสามารถแบ่งรูปแบบได้ถึง   25 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบจะมีลักษณะของประโยคแตกต่างกันเช่นกันทั้งนั้นเพื่อที่จะทำให้ประโยค เหล่านั้นถูกต้องตามหลักของ pragmatic อ่านแล้วเข้าใจได้ง่าย มีความหมายที่ชัดเจน มีใจความสมบูรณ์        มีภาษาที่สละสลวย ไม่ซับซ้อน ดังนั้นผู้แปลควรตระหนักว่า โครงสร้างพื้นฐานของประโยคนั้นมี ความสำคัญกับงานแปลเป็นอย่างมาก เพราะหากผู้แปลไม่มีความรู้หรือความเชี่ยวชาญในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ก็อาจทำให้งานแปลนั้นผิดเพี้ยนออกไป ดังนั้นผู้แปลที่ดีควรจะรู้และเข้าใจโครงสร้างพื้นฐานของประโยค เพื่อทำให้งานแปลที่ได้นั้นถูกต้อง สมบูรณ์ และมีเนื้อห้าครบถ้วนตามต้นฉบับ

หลักการแปลวรรณกรรม (8/02/2559)



วรรณกรรม หมายถึง หนังสือที่แต่งขึ้นด้วยความคิดสร้างสรรค์ไม่ว่าจะใช้วิธีร้อยแก้วหรือร้อยกรอง ไม่ว่าจะเป็น ผลงานของกวีโบราณหรือ ปัจจุบัน   ซึ่งคงจะรวมถึงสิ่งที่เราเรียกว่า  วรรณคดี”  ด้วย งานแปลบันเทิงคดีมีหลายชนิด    อาทิเช่น  งานแปล นวนิยาย  เรื่องสั้น  นิทาน  นิยาย บทละคร การ์ตูน  บทภาพยนตร์ บทเพลง ซึ่งเป็นวรรณกรรมที่ผู้อ่านมุ่งหวังจะได้รับความบันเทิงเพลิดเพลิน ส่วนที่จะค้นคว้าความรู้นั้นเป็นประเด็นรอง  การแปลวรรณกรรมสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรักษาความหมายเดิมไว้ให้ครบถ้วนถูกต้องไม่เปลี่ยนแปลง การักษาความหมายเดิมเป็นหัวใจของการแปลงาน  บันเทิงคดี ผู้แปลต้องใช้ศิลปะที่ละเอียดลึกซึ้ง เพราะงานแปลเช่นนี้เป็นงานศิลปะอย่างแท้จริง    
หลักในการแปล นวนิยายนั้นมีขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งงานแปลที่มีคุณภาพ ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้ขั้นตอนที่หนึ่ง การแปลชื่อเรื่องของวรรณกรรม มีความสำคัญเป็นอันดับแรก  เพราะผู้แต่งได้พิถีพิถันตั้งชื่องานอย่างดีที่สุด  การแปลชื่อเรื่อง นั้นมีหลักการแปลอยู่ 4 แบบ คือ แบบที่ 1 ไม่แปล แต่ใช้ชื่อเดิมด้วยวิธีการถ่ายทอดเสียง หรือถ่ายทอด ตามตัวอักษร (ทับศัพท์) แบบที่ 2 แปลตรงตัว ถ้าชื่อต้นฉบับมีความสมบูรณ์ครบถ้วนก็จะใช้วิธีแปลตรงตัวโดยการรักษา คำและความหมาย แบบที่ 3 แปลบางส่วนดัดแปลงบางสัตว์ จะใช้วิธีนี้ต่อเมื่อชื่อต้นฉบับไม่น่าดึงดูดและสื่อความหมายไม่ เพียงพอ แบบที่ 4 ตั้งชื่อใหม่โดยการตีความชื่อเรื่องและเนื้อเรื่อง ผู้แปลต้องวิเคราะห์ชื่อเรื่องและเนื้อเรื่องจนสามารถจับ  ประเด็นของเรื่องและจุดประสงค์ของเรื่องได้ จึงสามารถตั้งชื่อใหม่ที่ดีได้ 
ขั้นตอนที่สอง การแปลบทสนทนา เป็นสิ่งที่ยุ่งยากที่สุด เพราะใช้ภาษาพูดหลายระดับแตกต่างกันตาม สถานภาพทางสังคมของผู้พูด เช่น คำทักทาย คำอำลา คำแสดง การตัดถ้อยคำให้สั้นลง  กลักการที่สำคัญที่สุดคือ แปลให้เป็นธรรมชาติ ขั้นตอนที่สาม คือ การแปลบท บรรยาย  ถ้าวิเคราะห์ภาษาในบทบรรยายแล้ว จะพบความยุ่งยากเกิดจาก ภาษาสองประเภท คือ  ภาษาในสังคม  และ ภาษาวรรณคดี ขั้นตอนในการแปลวรรณกรรม ควรปฏิบัติดังนี้  1. อ่านเรื่องราวให้เข้าใจโดยตลอด สามารถจับใจความสำคัญ ย่อความเนื้อเรื่อง จับประเด็นของเรื่องได้ ฯลฯ  2.วิเคราะห์ถ้อยสำนวน ค้นหาความหมายของคำศัพท์ที่ไม่เคยรู้จัก ค้นหาความกระจ่างของข้อความที่ไม่เข้าใจ 3. ลงมือแปลด้วยถ้อยคำที่เรียบง่าย อ่านแล้วเข้าใจง่าย และชัดเจน
                หลักการแปลบทละคร  คือการแปลวรรณกรรมการแสดง ซึ่งดำเนินการแปลเช่นเดียวกับการแปลเรื่องสั้น            นวนิยาย นิทาน นิยาย คือเริ่มด้วยการอ่านต้นฉบับเพื่อความเข้าใจให้ตลอดตั้งแต่ต้นจนจบก่อน หาความหมายและคำแปลแล้วจึงเขียนบทแปลด้วยภาษาที่เหมาะสม การอ่านต้นฉบับบทละคร อ่านหลายๆครั้ง  ครั้งแรก เพื่อทำความเข้าใจ โดยตั้งคำถามว่า  ใคร  ทำอะไร  ที่ไหน  อย่างไร  เมื่อใด  ครั้งต่อไปคือค้นหาความหมาย  หลักการแปลบทภาพยนตร์ โดยจุดประสงค์ของการแปลมีสองประการคือ  1.นำบทแปลไปพากย์ หรืออัดเสียงในฟิมล์ ผู้แปลต้องระวังความจำกัดตาจังหวะขยับริมฝีปากของผู้แสดงเท่าทีปรากฏเท่าที่ปรากฏให้เห็นในภาพ  2.นำบทแปลไปเขียนคำบรรยายในฟิมล์ดั้งเดิม บทแปลจะจำกัดด้วยเนื้อที่ในฟิมล์ให้พอเหมาะกับกรอบภาพ
                วิธีการแปลบทภาพยนตร์ มีขั้นตอนดำเนินการเช่นเดียวกับการแปลบนละคร และการ์ตูน ซึ่งต้องอ่านทั้งข้อความ  ภาพ และฉากพร้อมๆ กันโดยมีสัมพันธภาพต่อกัน หลักการแปลนิทาน นิยาย นั้นตามหลักวิชาวรรคดีสากล มีชื่อต่างๆ เรียกนิทาน นิยาย เรื่องเล่าดังนี้  Tale  หมายถึงเรื่องเล่าที่แต่งขึ้น ไม่จะร้อยแก้วหรือร้อยกรอง เนื้อเรื่องธรรมดาแต่ใช้การเล่าเรื่องที่แปลก,  Myth  หมายถึงเรื่องเล่าที่รู้จักกันมาแต่โบราณ เนื้อเรื่องมักจะเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนา ปาฏิหาริย์ ของพระเจ้า เทพเจ้า วีรบุรุษ พลังลึกลับของธรรมชาติ, Fable หมายถึงเรื่องเล่าสั้นๆ ที่มุ่งแสดงให้เห็นสัจธรรม, Fabliau หมายถึงเรื่องเล่าสั้นๆ ที่แต่งเป็นร้อยกรอง สามารถนำมาร้องเป็นเพลงได้ เนื้อเรื่องกล่าวถึงเหตุการณ์ธรรมดาสามัญใน ชีวิต, Fairy Tales หมายถึงนิทานประเภทหนึ่งใน  Myth ซึ่งเน้นเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้า เทพยดา ภูตผีปีศาจ  วิญญาณ, Legend  เดิมหมายถึงเรื่องราวชีวิตนักบุญซึ่งนำมาอ่านดังๆ ให้สามัญชนรู้ ต่อมา ได้ขยายความหมายกว้างออกไป ครอบคลุมถึงชีวิตบุคคลธรรมดา

                หลักการแปลกวีนิพนธ์สำหรับกวีนิพนธ์นั้นจะมีความหมายเพื่อเล่าเรื่อง ให้ความรู้และสอนศีลธรรมพร้อมทั้งให้ความเพลิดเพลินอีกด้วย ซึ่งลักษณะของการแปลจะมี สองลักษณะ ลักษณะแรกคือ การแปลเป็นร้อยกรอง จะต้องแปลเนื้อหา พยายามเล่นคำ เล่นความหมายให้เหมือนกับต้นฉบับมากที่สุด ทุกบททุกตอน พร้อมทั้งจะต้องยึดรูปแบบของฉันทลักษณ์ด้วย หรือถ้าไม่สามารถยึดได้เพราะเกิดจากความแตกต่างของภาษา ก็จะต้องพยายามยึดฉันทลักษณ์ให้ใกล้เคียงมากที่สุด และอีกลักษณะของการแปลนั้นคือการแปลเป็นร้อยแก้ว เราจะแปลเป็นร้อยแก้วก็ต่อเมื่อมีจุดประสงค์เพื่อสื่อสารความคิดและวัฒนธรรมอื่นๆในบทกวีนิพนธ์ ซึ่งปัญหาของการแปลด้านนี้คือความเข้าใจและการเลือกใช้ถ้อยคำสำนวน ดังนั้นผู้แปลจะต้องเข้าใจและมุ่งเน้นความรู้สึกของกวีนิพนธ์ได้อย่างถูกต้องพร้อมทั้งใช้ถ้อยคำให้เหมาะสมกับระดับของภาษาและสั้นกะทัดรัดให้ตรงตามรูปแบบของฉันทลักษณ์

The Passive (กรรมวาจก) (1/02/2559)



รูปแบบประโยคของ The passive นั้นมักจะมาจาก Active ซึ่งจะมีความแตกต่างกันนั่นคือ ในรูปแบบ active จะให้ความสำคัญกับประธาน (Subject) ในฐานะผู้กระทำกิริยาในประโยค ขณะที่รูปแบบของ The passive นั้นประธานของประโยคเป็นฝ่ายถูกกระทำ โดยจะมีโครงสร้างประโยคในแบบ active และ passive ดังนี้ Active; Subject + Verb + Object ส่วนของ The passive; object ในประโยค active + verb to be + verb (by + subject ในประโยค active) ส่วนในรูปของ Passive ของประโยคจะมี verb to be จะผันตาม Tense ของ Active จะมีความหมายคล้ายกับภาษาไทยว่า ถูก หรือ ได้รับ

ประโยคในรูปแบบ The passive นั้นจะใช้เมื่อมีกรณี ดังต่อไปนี้ ได้แก่ 1. เราไม่สามารถสื่อข้อความหรือความหมายออกมาในรูป active ได้อย่างชัดเจน 2. เราต้องการให้ความสำคัญกับประธาน Subject ของประโยคในฐานะผู้ถูกกระทำหรือรับผลจากการกระทำของกริยาที่มีอยู่ในประโยค 3. เราต้องการความหลากหลายในการใช้ภาษาอังกฤษ ต่อมาจะเป็นวิธีการเปลี่ยนประโยค active เป็น passive  มีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 1. ดูส่วนประกอบในประโยค active คือต้องมีประธาน + กริยาที่ต้องการกรรม + กรรมและส่วนขยาย 2. ดูว่าประโยค active อยู่ใน Tense ใด 3. ย้ายกรรมในประโยค active มาเป็นประธานใน passive 4.เปลี่ยนรูปกริยาในประโยค active เป็น passive  คือมี verb to be ตามด้วย v3 เราจะใช้ verb to be ตัวใดให้สังเกตที่ประธานในประโยค passive และ tense ของประโยค แล้วใส่คำว่า by ในประโยค passive 6. นำส่วนขยายหรือ modifier มาใส่ไว้ท้ายประโยคในกรณีที่ประโยคนั้นมีส่วนขยาย
การเปลี่ยนประโยค active ที่มี tense ต่างๆกัน ให้เป็นประโยค passive จะมีรูปแบบดังโครงสร้างประโยคต่อไปนี้   
            John                is helped                               by Mary
            John               is being helped                     by Mary
            John                has been helped                   by Mary
            John                was helped                            by Mary
            John                was being helped                 by Mary
            John                had been helped                   by Mary
            John                will be helped                       by Mary
            John                is going to be helped           by Mary
            John                have been helped                 by Mary

           
             ส่วนในกลุ่มของกริยาช่วยนั้นจาก active ไปเป็น passive จะมีดังต่อไปนี้ ในส่วนนี้คือ active กริยาช่วยจะ +V.1 (ไม่ผัน) แต่ในส่วนของ passive จะเป็นกริยาช่วย + be + V3 ทันที ส่วน adverb of frequency + กริยาช่วยตัวที่สอง + V3 ในประโยค Passive ให้วาง adverb of frequency  หลังกริยาช่วยตัวแรกเสมอ มาว่าจะเป็นกริยากี่ตัวก็ตาม และในส่วนของ adverb of manner ให้วางไว้หน้ากิริยาช่องที่ 3

หลักเกณฑ์การถอดอักษรไทยเป็นโรมันแบบถ่ายเสียง (1/02/59)






ในการแปลจากภาษาต้นฉบับเป็นภาษาเป้าหมายนั้น มีหลักเกณฑ์การถ่ายถอดอักษรไทยเป็นโรมัน เป็นการถอดโดยวิธีถ่ายเสียง ( Transcription ) เพื่อให้อ่านคำภาษาไทยที่เขียนด้วยอักษรโรมันให้ได้เสียงใกล้เคียง โดยไม่คำนึงถึงการสะกดการันต์และวรรณยุกต์
1. ตารางเทียบเสียงพยัญชนะและเสียงสระ


























2. ความหมายของคำประเภทที่ 1 หน่วยคำ หมายถึง หน่วยที่เล็กที่สุดและมีความหมาย อาจมีเพียงพยางค์เดียวหรือหลายพยางค์ก็ได้ ประเภทที่ 2 คำ หมายถึง หน่วยคำ  1 หน่วยคำ หรือมากกว่านั้น  ประเภทที่ 3 คำประสม หมายถึง หน่วยคำตั้งแต่ 2 หน่วยคำขึ้นเมื่อรวมกันแล้วมีความความหมายใหม่หรือความหมายเพิ่มขึ้นจากเดิม  ประเภทที่ 4 คำสามานยนาม มีอยู่สองประเภทคือ 1. คำนามทั่วไป เช่น พระ คน แมว นก 2. ชื่อภูมิศาสตร์ คือ คำนามทั่วไปที่บอกลักษณะภูมิประเภทตามธรรมชาติ เช่น ภูเขา ควน แม่น้ำ ตำบล หมู่บ้าน  
ประเภทที่ 5 คำวิสามานยนาม  มีสองประเภทด้วยกันคือ 1. ชื่อบุคคล เช่น สมหญิง สมทรง ขจรศักดิ์  2.ชื่อสถานที่และองค์กร เช่น วัดดวงเข  โรงเรียนสตรีวิทยา วังศุโขทัย  ประเภทที่ 6 คำนำหน้านาม หมายถึง คำที่อยู่หน้าวิสามานยนาม เช่น พระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์ ยศ คำนำหน้าบุคคลทั่วไป รวมทั้งคำนำหน้าชื่อที่บอกลักษณะ สถานภาพของวิสามานยนามนั้นๆ เช่น  พระเจ้าวรวงศ์เธอ ฯพณฯ  ศาสตราจารย์  นาย นาง  นางสาว เด็กชาย  เด็กหญิง ฯลฯ  ประเภทที่ 7 คำทับศัพท์ หมายถึง คำภาษาต่างประเทศที่เขียนด้วยตัวอักษรไทย อาจเป็นคำสามานยนาม เช่น คอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี ฟุตบอล หรือคำวอสามานยนาม เช่น แปซิฟิก เมดิเตอร์เรเนี่ยน ยูเนสโก


วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

Under The Moon

Under The Moon
 
บทที่ 1 ชั้นโอโซนเทียมในปี 2522 ยาน
             บนความสูงห้าร้อยกิโลเมตรเหนือยุโรป ยาน OM-45 ย้ายขึ้นไปทางเหนือ ในห้องหนึ่งที่ด้านหลังยาน เคียจ้องมองตัวเลขบนคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าเขา ได้เวลาสำหรับมื้อค่ำแล้วริลล่าพูด ตัวเลขเปลี่ยนไปเร็วมากและตาของเคียก็ไม่ได้ละไปไหน ริลล่าข้ามไปที่โต๊ะของเธอ เธอเริ่มดูตัวเลขนั้นเช่นกัน เกิดอะไรขึ้นกับดาวเทียมเธอเอ่ยถาม ริลล่าเป็นผู้หญิงสวยอายุเพียง 20 ปี เธอมีผมยาวสีดำและดวงตากลมโต ดาวเทียมไม่ได้ผิดปกติเคียตอบด้วยเสียงที่แผ่วเบา มันเป็นชั้นโอโซนเทียมต่างหากเขาเริ่มจดบันทึกตัวเลขลงในสมุดที่อยู่บนโต๊ะ ทันใดนั้นตัวเลขก็หยุดการเปลี่ยนแปลง เขามองไปที่ริลล่า เหนือยุโรปเขาพูด มันกำลังเกิดขึ้น ชั้นโอโซนเทียมกำลังแตกออก เกิดหลุมที่ตรงกลางชั้นโอโซนเทียมและเรากำลังเจอกับปัญหาใหญ่” “คุณพูดถูก! เราควรจะไปพบกัปตันซีรูในตอนนี้ก่อนมื้อค่ำใช่ไหม?”  เคียยืนขึ้น เขาสูงเกือบสองเมตร ตาและผมของเขาสีดำเข้ม ใช่ มาเถอะพวกเขาไปที่ห้องของกัปตันซีรูโดยทันที พวกเขาไปรอที่หน้าประตู เข้ามากัปตันซีรูพูด  เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กกับใบหน้าที่อ้วนกลม  เข้ามา คุณต้องการเครื่องดื่มไหม?” “ไม่ดีกว่า ขอบคุณครับ. เคียตอบ ผมอยากให้คุณดูตัวเลขเหล่านี้เคียให้กัปตันดูตัวเลข เมื่อกัปตันดูตัวเลขทันใดนั้นหน้าของเธอก็เปลี่ยนไป ไม่ ไม่น่ะเธอพูด ฉันไม่อยากพูดอะไร มันสายเกินไปและอีกอย่างฉันเหนื่อยนั่งลงและดื่มกันเถอะเคียกับริลล่านั่งลงในห้องของกัปตันเซอรูมีหน้าต่างบานหนึ่ง เคียมองออกไปนอกหน้าต่างบนท้องฟ้าที่มืดดำ เขามองเห็นดวงจันทร์และความสว่างในท้องฟ้าที่มืดดำ ‘’กัปตันเซอรูมันสำคัญมาก ดูตัวเลขพวกนี้สิ โอโซนเทียมกำลังจะ ‘’หยุด ! ’’ กัปตันซูเรอยืนขึ้นและเอามือล้วงกระเป๋าแล้วเดินไปที่หน้าต่างแล้วมองไปที่ท้องฟ้า ‘’ เมื่อสามร้อยปีก่อนโลกใกล้ถึงกาลอวสาน ‘’ ริลล่าพูด ‘’ มันหยุดลงเพราะชั้นโอโซนเทียมแต่ตอนนี้ท้องฟ้าเหนือยุโรปเราควรจะบอกเรื่องนี้กับผู้บัญชาการโลก กัปตันเซอรูไม่ขยับเขยื้อน ‘’ จำเอไดได้รึเปล่า ? ‘’ หล่อนถามแต่เธอไม่รอฟังคำตอบ ‘’ ฉันเคยอยู่บนยานของเขาเมื่อสองปีก่อนเย็นวันหนึ่งดาวเทียมบอกตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับโอโซนเทียม เรากลับไปที่โลกและเจอกับผู้บัญชาการโลก ‘’ กัปตันเซอรูหยุดพูด ริลล่า
เดีย ‘’ แล้วไงต่อ ? ‘’ เธอถามกัปตันเซอรู ‘’ โจ๊กโกรธมาก ๆ ‘’ กัปตันเซอรูบอก ‘’ ในที่สุดเขาส่งเอไดไปดวงจันทร์ เขาอยู่ที่นั้นตอนนี้ ผู้บัญชาการของอาณานิคมภายใต้ดวงจันทร์ เดียรออยู่ครู่หนึ่ง  ‘’ ผมรู้เรื่องของเอไดแต่เราจำเป็นต้องคุยกับผู้บัญชาการโลกอีกครั้งตัวเลขเหล่านี้มันผิดปกติ ‘’ หน้าของกัปตันเซอรูแดงก่ำ ‘’ คุณไม่เข้าใจฉันจะไปคุยกับโจ๊กเด็ดขาด ครั้งสุดท้าย เขาส่งฉันไปที่ยานที่แอนตารักติก ! มันเป็นยานลำแรกของฉัน ‘’ หลังจากนั้นกัปตันเซอรูเริ่มดื่ม เดียยืนขึ้น ‘’ ขอบคุณครับกัปตัน ‘’ กัปตันเซอรูไม่ได้พุดอะไร เดียและริลล่าออกจากห้องและเดินอย่างช้า ๆ ลงมาข้างล่างยานท้งมืดและเงียบ มันเป็นเวลาแปดนาฬิกาทุกคนอยู่ที่ห้องอาหาร ‘’ เราจะทำอะไรต่อไป ริลล่าถาม ฉันจำเป็นต้องคุยกับเอได ‘’ ตกลง , คุยกับเอไดแต่เขาอยู่ไกลออกไปในนิคมังจากของดวงจันทร์ ‘’ ริลล่าพูด ‘’ ถ้าอย่างนั้นเราไปเยี่ยมผู้บัญชาการซาเดร็กกัน ‘’ ‘’ซาเดร็ก ? ‘’ ‘’ผู้บัญชาการออสเตรเลีย ? เขาเป็นคนมีชื่อเสียง ‘’ ‘’ แน่นอน , เขาเป็นพ่อของเพื่อนฉัน เขาทำงานกับพ่อของฉันที่บลาซิล เมื่อสิบปีที่แล้ว บางทีเขาสามารถช่วยเราได้ ‘’ เดียยิ้ม ‘’ เยี่ยม ! เรากลับไปที่โลกสัปดาห์หน้า ฉันสามารถโทรหาเอไดจากกิซินกานี่ แล้วหลังจากนั้นเราไปออสเตรเลียกัน แต่ตอนนี้ผมหิวแล้วเราไปหาอะไรกินกันเถอะ
 
        บทที 2 เดินทางไปออสเตรเลีย
                ในวันศุกร์หลังจากสามสัปดาห์ในอวกาศ หลังจากเสร็จงาน เดีย และ ริลล่า ออกมาจากยาน  OM – 45 เดียโทรหาเอไดส่วน ริลล่าโทรหาผู้บัญชาการซาเดร็กที่ออสเตรเลีย เช้าวันต่อมาพวกเขาบินไป ซิดนี่ และนั่งแท็กซี่จากสนามบินไปที่ทำงานของผู้ บัญชาการซาเดร็ก ‘’ รอพวกเราที่นี้นะ ‘’ เดียบอกตนขับรถแท็กซี่ เดียและริลล่าเดินที่ประตูที่มีผู้คุ้มกันประมาณสิบคนยืนเฝ้าอยู่ อีกฝั่งหนึ่งของถนนมีรถไปรออยู่ ‘’  ริลล่า OM – 45 ‘’ ริลล่าพูด ‘’ ขอพบผู้บัญชาการซาเดร็กตอน 4.30 . ‘’ ขออนุญาตเรียนถามทางออฟฟิต ‘’ การ์ดพูด ในขณะที่รอเดียเริ่มรู้สึกกระหายน้ำ การ์ดกลับมา ‘’ เสียใจด้วย ‘’ เขาพูด ‘’ ผู้บัญชาการไม่ต้องการพบคุณ ‘’ แต่ผมคุยกับผู้บัญชาการแล้วเมื่อวาน เขาต้องการพบเราตอน 4.30 . .ผู้บัญชาการจะออกจากรถไปภายในสามสิบนาที ‘’ การ์ดพูด ให้เรารอพบเขาที่นี้ได้ไหม ? “ ไม่ ‘’ เสียงการ์ดตะโกน ออกไปซะ ! ‘’ เดียและริลล่ากลับไปที่แท็กซี่ คนขับอยู่ไหน ? ‘’ เดียถาม นั้นไง ! เขากำลังนั่ง ‘’ ริลล่าพูดหลังจากนั้นผู้บัญชาการซาเดร็กออกมาจากประตู เขาตัวสูงมากตาสีฟ้า และมีผมสีขาว มีการล้อมรอบตัวเขา ข้างหน้า  2 คน ข้างหลัง 2  คน พร้อมอาวุธปืน ‘’ เขาอยู่นั้น ริลล่าตะโกน ผู้บัญชาการ ‘’ แล้วเธอก็เริ่มวิ่งไปหาเขา ผู้บัญชาการไม่ได้หยุด การ์ดได้เปิดประตูรถไฟและผู้บัญชาการซอเดร็ก เข้าไปด้านในรถไฟเริ่มเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ เดียวิ่งไปที่แท็กซี่ และกระโดดเข้าไปข้างในหลังจากนั้นเขาขับแท็กซี่อย่างเร็ว เมื่อคนขับแท็กซี่เห็นจึงวิ่งตามเขาไป รถไฟเริ่มเคลื่อนที่เร็วขี้น เดียรีบขับแท็กซี่ไปหยุดขวางรถไฟ รถไฟใกล้เข้ามาและหยุดลงใกล้กับแท็กซี่ มีการ์ดคนหนึ่งกระโดดลงมา เดียเปิดประตูและออกมาจากแท็กซี่ ยกมือขึ้น ‘’ การ์ดตะโกนบอก การ์ดสองคนเริ่มทำร้ายเคีย หยุดเดี๋ยวนี๋พาเขาออกจากที่นี้เขาคือผู้บัญชาการซาเด๊ก เคียยืนอยู่ตรงหน้าผู้บัญชาการหลังจากริลล่าได้มาถึง โอ้!นี่เธอใช่ไหม! พ่อของเธอจะโกรธเอาน่ะสิ” “เราต้องการคุยกับคุณผู้บัญชาการริลล่าพูด มันสำคัญมากๆ” “ดีมากฉันกำลังฟังเคียเริ่มพูด สองปีที่แล้วอไดบอกคุณเรื่องหลุมที่ชั้นโอโซนเทียมตนนี้มันแย่กว่าเดิม มันกำลังแตกออกได้โปรดดูตัวเลขและรูปเหล่านี้จากดาวเทียม” “มันสำคัญมากผู้บัญชาการเคียตอบ ในปีนี้โลกกำลังถึงกาลอวสาร” “คุณหยุดรถไฟเพราะเรื่องนี้หรอ?” ผู้บัญชาการซาเด็กถาม สองปีที่แล้วอไดบอกฉันเรื่องโอโซนเทียมต่อมาเขาบอกกับผู้บัญชาการโลกแล้วเกิดอะไรขึ้น? อไดอยู่ไหนละตอนนี้? อาณานิคมของดวงจันทร์ ช่วยชั้นโอโซนเทียมหรอ?” “เราทราบเรื่องราวเกี่ยวกับอไดค่ะผู้บัญชาการริลล่าพูด แต่บางคนต้องคุยกับผู้บัญชาการโลกอีกครั้ง” “ฉันกำลังจะไปคุยกับโจ๊จเรื่องฝน ฉันจะบอกว่าโลกต้องการฝน ฝนไม่ตกตั้งแต่ฤดูหนาวที่แล้วครึ่งหนึ่งของออสเตรเลียไม่มีน้ำต้นไม้กำลังจะตาย เมื่อมี่มีน้ำฝนผักมากมายกำลังจะตาย โจ๊จเข้าใจเรื่องนี้หรือเปล่ารู้!” ผู้บัญชาการเริ่มเดินกลับไปในรถไฟ ย้ายแท็กซี่ออกเขาพูดกับการ์ดของเขา การ์ดคนหนึ่งย้ายแท็กซี่กลบไปบนถนน รถไฟเริ่มเคลื่อนที่ โอเค คนขับแท็กซี่ตะโกนบอก แล้วคุณจะทำอะไรต่อไป? ขับแท็กซี่ของฉันลงน้ำหรอ?” เคียยิ้ม เขาให้เงินบางส่วนในกระเป๋าให้กับคนขับแท็กซี่ คนขับแท็กซี่มองเงินนั้น โอเคๆเขาพูด ที่ไหน กลับไปที่สนามบินใช่ไหม?” เคียจับมือริลล่าไว้ใช่ เขาพูด กลับไปที่คิสานกินีเราจะโทรหาอไดพรุ้งนี่
 
 
บทที่ 3 ผู้บัญชาการโลก
              วัยต่อมาในคิสานกินี่ เคียและริลล่า รอคอยอย่างเงียบๆ อยู่ที่ในออฟฟิตในบ้านของโจ๊จ ทันใดนั้นเองผ้บัญชาการซาเด๊กเข้ามาในออฟฟิตและได้ให้จดหมายกับผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ข้างหลังโต๊ะ เขามองวัยรุ่นสองคนนี้และหยุดอยู่ตรงหน้าของพวกเขา                                                                               คุณอีกแล้วเขาพูดพวกคุณมาทำอะไรที่นี้?”                                                                                เคียยืนขึ้น สวัสดีตอนเช้าครับ ผู้บัญชาการ เราอยู่ที่นี่เพราะพวกเราต้องการพบผู้บัญชาการโลกครับ” “ฉันเจอผู้บัญชาการโลกเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วและคุยกับเขาเรื่องฝน เขากระซิบบอก แต่เขาไม่ฟังกัปตันของคุณซีรู เขาอยู่ที่นี่เมื่อไม่นาน ในตอนเช้าและเขาเริ่มบอกเรื่องหลุมที่อยู่บนชั้นโอโซนเทียมแต่โจ๊จไม่ต้องการฟังเรื่องราวเกี่ยวกับโลกของเรา เขามักพูดเรื่องดาวอังคารอยู่เสมอและในตอนสุดท้าย เขาจะทำลายล้างโลก                                                                                          ช่วยพวกเราด้วยเถอะค่ะได้โปรด!” ริลล่าร้องขอ ไปพบโจ๊จกับพวกเราเถอะ!”                                                            ไม่ซาเด๊กจ้องที่เคียและริลล่าด้วยดวงตาสีฟ้าฉันจะไม่ไปคุยกับโจ๊จอีก และพวกคุณเขาไม่ฟังพวกคุณหรอก ระวังตัวด้วย แล้วโชคดีล่ะ!”                                                                                                 ซาเด๊กเปิดประตูและเดินออกจากห้องไป                                                                                                ริลล่าจ้องเคีย ผู้บัญชาการโลกเป็นคนที่เข้าใจยาก ฉันไม่เข้าใจเขาเลย                                                เคียและริลล่ารอพวกเขารอแล้วรออีกจนใกล้จะ 12 นาฬิกา ผู้คุ้มกัน ออกมาจากออฟฟิต             เข้ามาเขาบอก                                                                                                                            เคียและริลล่าเข้าไปพร้อมกับผู้คุ้นกัน บ้านหลังใหญ่และเก่ากับหน้าต่างบานยักษ์และประตูอีกมากมายผู้คุ้มกันเดินลงไปขั้นล่างและเปิดประตูบานหนึ่งในห้องนั้นไม่มีคนอยู่                                 รอที่นี่แหละ ผู้คุ้มกันพูดและเดินออกไป  เคียและริลล่านั่งลงบนเก้าอี้สีเขียวดำที่ดุแพงมาก และดอกไม้ราคาแพงที่อยู่บนโต๊ะ ห้อนี้ไม่มีหน้าต่างทันใดนั้นประตูเปิดออกมีผู้หญิงรูปร่างสูงใหญ่เข้ามา หล่อนมีผมสีแดงยาวสีฟ้าราคาแพงหล่อนอุ้มแมวตัวหนึ่ง แมวที่สีดำครั้งตัวแลสีขาวครึ่งตัว                                  ทำไมพวกคุณถึงอยู่ที่นี้? ทำไมถึงต้องการพบผู้บัญชาการโลก?”หล่อนเอ่ยถาม                                  ริลล่าลุกขึ้นยืน เป็นอย่างไรบ้างค่ะ?” “เราต้องการคุยกับผู้บัญชาการโลกเกี่ยวกับชั้นโอโวนเทียมเรารู้ตัวเลใหม่จากดาวเทียมค่ะ หน้าของเบลแดงก่ำ ชั้นโอโซนเทียมหรอ! ผู้บัญชาการโลกเขารู้เรื่องโอโซนเทียมและเขาเป็นคนดีที่สุด                                                                   ขอโทษนะครับเคียพูดเสียงเบา”“พวกเราต้องการจะช่วยผู้บัญชาการโลก                              เบลเริ่มหัวเราะช่วยหรอ? คุณนั้นหรอเบลกระโดดลงมาแล้วเดินทั่วห้องพวกคุณจะช่วยอย่างไร? ทำไมถึงไม่เข้าใจ? ฟังน่ะผู้บัญชาการโลกกำลังทำงานอยู่บนยานอวกาศบนดาวอังคาร มันยากและแพงมากแมวกระโดดขึ้นบนเก้าอี้ของริลล่า และมองเธอด้วยตาสีเหลือง .สองปีที่แล้ว อไดต้องการเงินสำหรับโอโซนเทียม และผู้บัญชาการโลกส่งเขาไปที่บริวารของดวงจันทร์ ตอนนี้พวกคุณมาพูดเรื่องนี้ คุณต้องการไปอยู่บนดวงจันทร์ด้วยใช่ไหม                                                                                              ประตูเปิดออกอีกครั้ง และการ์ดเข้ามา ขออภัยครับ ตนนี้ผู้บัญชาการโลกพร้อมแล้วครับ               เบลยืนขึ้น คุณสามารถพบเขาตอนนี้หล่อนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่พวกคุณจะต้องเสียใจ           การ์ดเปิดประตูบานที่ต่างออกไป เบลและแมวเข้าไปในห้องที่ดูดีมีราคา เก้าอี้และโต๊ะดูเก่ามาก ริลลาและเคยตามเข้าไป ในห้องนี้ไม่มีหน้าต่างแต่มีรูปภาพมากมาย คนนั้นคือ โจ๊กผู้ที่รวยที่สุดและเลวที่สุดบนโลกเขมีรูปร่างสูงใหญ่และไม่ค่อยผอมมากนัก เขานั่งอยู่หลังเก้าอี้ตัวใหญ่และโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์อีก 3 ตัวกับโทรศัพท์อีก 5 เครื่องเจาจ้องหน้าจอและไม่มองที่เคียกับริลล่าเลย การ์ดสองคนที่ถือปืนอยู่ข้างหลังเขาและและอีกมากมายยืนอยู่ใกล้ประตู               พวกเขาอยู่นี้แล้วค่ะเบลพูดพวกเขาต้องการพูดเรื่องชั้นโอโซนพบ แน่นอนไม่มีใครเข้าใจเรื่องดาวอังคาร ไม่เป็นไร’’ “ ไม่เป็นไร ‘’ โจ๊กพูดอย่างเร็ว เขามองไปที่ริลล่าและเคีย ดวงตาสีเขียวและเยือกเย็น ฉันรู้เรื่องเกี่ยวกับเธอทั้งสองคน ‘’ เขาพูด กัปตันของคุณบอกเรื่องคุณกับฉัน พวกคุณโด่งดังมาก เด็กทั้งสองคน คุณต้องการจะช่วยโลกใช่ไหม ? แมวกระโดดขึ้นบนโต๊ะ และนั่งลงตรงหน้าโทรทัศน์
            ใช่ครับผู้บัญชาการ ‘’ เคียเริ่มพูด ชั้นโอโซนเทียมกับกำลังแตก ‘’
            เมื่อไหร่ ‘’ “ คืนนี้ ‘’  พรุ่งนี้ ‘’ โจ๊กพูดอย่างฉุนเฉียว ฉันฟังเรื่องนี้มาเมื่อสองปีทึ่แล้วจากเอได ทุกคนมาที่นี้เพราะต้องการเงิน เงินเพื่อซื้อโอโซนเทียม เงินเพื่อนฝน เงินเพื่อบริวารของดวงจันทร์ แต่ฉันเป็นผู้บัญชาการโลกแล้ว นายละเป็นใคร ฉันรู้เรื่องโอโซนเทียม มันยังดีสำหรับอีกร้อยปี
            แต่ดาวเทียม ‘’ เคียเริ่มอีกครั้ง
            หุบปาก ‘’ โจ๊กตะโกน ฉันเป็นผู้บัญชาการโลก ฉันจะไม่ให้เงินเพื่อซื้อโอโซนเทียม หรือเพื่อฝน หรือ ดวงจันทร์ ! ‘’ โจ๊ก มองที่ผู้คุ้มกันที่ยืนบริเวณประตู เอาพวกเขาออกไปซะ ฉันไม่ต้องการฟังพวกเขาพูด  ผู้คุ้มกันเดินเข้ามาข้างหลังเคยและริลล่า เบลเริ่มหัวเราะ ลาก่อนนะ ! ‘’ หล่อนพูด พวกเธอไม่ได้ไปอยู่บนดวงจันทร์ พวกคุณกำลังไปที่คุก คุณสามารถพูดเรื่องหลุมบนชั้นโอโซนได้ที่นั้น
 
4. เรือนจำ 888
        ผู้บัญชาการซาเดร็กพักอยู่ในห้องของโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในดิแซนกะนี่ ทันใดนั้น เขาได้ยินเสียงโทรทัศน์ดังขึ้น
            ผู้บัญชาการใช่ไหม ? ‘’ ใครบางคนพูดอย่างเร็ว ผู้ชายและผู้หญิงจากยาน OM-45 ในเรือนจำ 888 โทรศัพท์ดับไป ซาเดร็กวางโทรศัพท์ลง ; เขาลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป
        เรือนจำ 888 เป็นอาคารที่ใหญ่ไม่มีหน้าต่าง ซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านของโจ๊ก ที่บริเวณประตูมีผู้คุ้มกันอยู่จำนวนมากและขบวนผู้คุ้มกันอีกมากมายที่หลังอาคารซึ่งผู้คุมทุกคนล้วนถือปืนทุกคน ผู้บัญชาการซาเดร็ก ฉันต้องการมาเยี่ยมใครบางคน ฉันคือผู้บัญชาการซาเดร็ก ‘’ “ ขออภัยครับ ‘’ ผู้คุ้มกันพูด ‘’ เราไม่สามารถเปิดประตูได้ ไม่มีใครเข้าไปได้ถ้าไม่มีจดหมายจากผู้บัญชาการโลก ‘’  ไม่เป็นไร ‘’ ซาเดร็กพูดแล้วเดินตามถนนผ่านผู้คุ้มกันไป ผู้คุ้มกันวิ่งตามเขามา ขออภัยครับผู้บัญชาการ ‘’ เขาพูดอย่างเร็ว
โปรดกลับมาคืนนี้ เราสามารถเปิดประตูด้านหลังได้ตอนเที่ยงคืนครับ คุณสามารถพบคนสองคนจากยาน OM-45 ซาเดร็กจ้องผู้คุ้มกัน หัวหน้านายจะฆ่านายแน่ ‘’ ผู้คุ้มกันยิ้ม หัวหน้าของผมโทรมาหาเรื่องคนสองคนที่มาจากยาน OM-45 เขาเป็นพี่ชายของกัปตันซูรู
            มันไม่ได้สำคัญอะไร ‘’ ผู้คุ้มกันพูด พวกเราต้องการช่วยคุณ ‘’
        เที่ยงคืนใช่ไหม ‘’ ซาเดร็กพุดแล้วเดินอออกไป
            ในตอนเที่ยงคืน มีผู้คุ้มกันสี่คนที่ประตูหน้าของเรือนจำ 888 และมีคนหนึ่งที่ประตูหลัง ผู้คุ้มกันเปิดประตูให้จากนั้นก็เข้าไปข้างใน พวกเขาลงไปชั้นล่าง เข้าไปในห้องที่มีขนาดใหญ่ห้องหนึ่งมีนักโทษจำนวนมากนอนอยู่ที่พื้น เพราะที่นี่ไม่มีเตียงหรือเก้าอี้ เคียและริลล่านั่งอยู่ที่ที่ใกล้กับประตู
            คุณมีเวลาคุยห้านาที ‘’ ผู้คุ้มกันกระซิบบอก ผู้คุ้มกันคนต่อไปจะมาตอน 12.15 เคียและริลล่าลุกขึ้นยืน สวัสดีผู้บัญชาการ ‘’ พวกเขาพูด ซาเดร็กมองไปที่นักโทษ ทำไมพวกเขามาอยู่ที่นี้ ‘’ เขาพูดกับซาเดร็กและริลล่า พวกเขาอยู่ที่นี้ เพราะว่าโจ๊กไม่ชอบพวกเขา ฉันคุยกับโจ๊กเรื่องฝน เรื่องชั้นโอโซนเทียม แต่เขาไม่เคยฟัง วันนี้มีใครบางคนบอกฉันเรื่องไฟป่าในแอฟริกา แต่โจ๊กไม่ได้ต้องการจะได้ยินเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ซาเดร็กหัวเราะด้วยความโกรธเกี้ยว ‘’  และเขาก็ไม่ได้ต้องการได้ยินเรื่องป่าของฉันในออสเตรเลีย เขาไม่เคยฟังฉันเลย เขามักจะคิดเรื่องดาวอังคารอยู่เสมอ ที่มันไม่เกี่ยวกับโลกที่สวยงามของเรา
            เคียฟังอย่างตั้งใจ ทำให้มันง่ายขึ้นสิ ‘’ “ เขาพูดเสียงเบา ‘’ พูดกับเอได เอไดต้องการที่จะช่วยเขาสามารถกลับมาจากดวงจันทร์และช่วยคุณได้
            ไม่มีทาง ‘’ ซาเดร็กพูด ฉันโทรหาเขามาตอนบ่าย เขาเป็นคนดีและต้องช่วย แต่ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือ ฉันจะไปหยุดโจ๊กเอง ฉันจะฆ่าเขาซะ ‘’
        เคียหลับตาลงแป๊ปหนึ่ง .ผู้คุ้มกันของโจ๊กมีปืน พวกเขาฆ่าคุณได้ผู้บัญชาการ ‘’ เขาพูด คุณต้องการผู้ช่วยไหม ? ‘’ รอเอไดเขาช่วยคุณได้    
        ไม่เคีย ‘’ ซาเดร็กพูดอย่างเบา ฉันไม่ต้องการคนมากกว่านี้ เอไดจะกลับโลกได้หลังจากโลกได้หลังจากโจ๊กตาย หลังจากเมื่อมันตาย บางทีฉันไม่อยากให้เอไดตายเหมือนกัน